รายละเอียดและข้อมูลที่จะช่วยทำให้การขายสินค้าและบริการดียิ่งขึ้น
อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นขายสินค้าและบริการในรูปแบบต่างๆ

ครอบครัวจะต้องสร้างความสมดุลระหว่างความเป็นอิสระและความผูกพันกับครอบครัวให้ดีที่สุด

June 19th, 2015by admin

15

ครอบครัวจะมีแรงผลักดันอยู่ 2 แรงที่ต่อสู้กันอยู่เสมอคือ แรงที่ดึงสมาชิกให้เข้าหากัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทั้งความคิด ความรู้สึก การกระทำ และแรงผลักดันที่ทำให้สมาชิกอยู่ห่างออกจากกัน เพื่อใช้ชีวิตอย่างอิสระและเป็นตัวของตัวเองแรงผลักดันทั้ง 2 จะสมดุลกันในครอบครัวที่อบอุ่น แม้บางครั้งแรงผลักดันแบบหนึ่งอาจมากกว่าอีกแบบหนึ่ง แต่ก็จะเป็นอยู่ชั่วคราว และจะกลับคืนสู่สภาวะสมดุลในที่สุด โดยความผูกพันทางอารมณ์แบ่งได้เป็น 2 ลักษณะคือ ครอบครัวที่ผูกพันแน่นแฟ้นเกินไป เกิดขึ้นจากการที่สมาชิกในครอบครัวทำในสิ่งที่แตกต่างไปจากที่เคยทำมา ก็จะเกิดความเครียดขึ้นมาในครอบ-ครัวทันที ความเครียดนี้อาจกระทบถึงความสัมพันธ์ และการปฏิบัติหน้าที่ด้านอื่นๆ ของครอบครัว เช่น ลูกทำใน สิ่งที่พ่อแม่ไม่ชอบ หรือไม่เห็นด้วย และให้ลูกตัดสินใจว่า จะทำตามใจตัวเอง หรือยอมทำตามที่พ่อแม่ต้องการ ผลของความผูกพันที่มากเกินไปนั้น จะทำให้สมาชิกในครอบครัวไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ เช่น แม่ที่ผูกพันแน่นแฟ้นกับลูกมากเกินไป อาจทำให้พ่อห่างเหินไปโดยอัตโนมัติ โดยเด็กจะพึ่งแม่ไปโดยอัตโนมัติและไม่รู้จักโต

ครอบครัวที่เหินห่างทางอารมณ์สำหรับครอบครัวที่ผูกพันระหว่างกันน้อย แม้สมาชิก ในครอบครัวจะมีอิสระมาก ก็จะเป็นความอิสระที่ไม่สมบูรณ์ เพราะขาดความรู้สึกเป็นส่วนตัวและความรู้สึกที่พึ่งพิงกันในยามจำเป็น นอกจากนี้ การที่ต่างคนต่างอยู่จะทำให้ไม่สามารถร่วมทำภารกิจที่สำคัญให้สำเร็จได้ เช่น ครอบครัวที่พ่อกับแม่ไม่มีความผูกพันใกล้ชิดกัน ย่อมไม่สามารถร่วมมือกันปกครองลูกได้ความผูกพันทางอารมณ์ที่เหมาะสมที่สุดคือ ความผูกพันระดับกลาง เพราะคนในครอบครัวจะมีความเป็น อิสระ แต่ยังคงความผูกพันกับครอบครัวเดิมอยู่ ทั้งนี้ การจะมีครอบครัวที่อบอุ่นได้นั้น ครอบครัวจะต้องสร้างความสมดุลระหว่างความเป็นอิสระและความผูกพันกับครอบครัว ได้อย่างเหมาะสม ทุกครอบครัวต่างก็มีผู้นำในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาต่างๆ แต่ความเป็นผู้นำไม่ควรถูกจำกัดให้อยู่กับ คนใดคนหนึ่ง เช่น พ่อแม่ไม่ควรเป็นผู้นำคนเดียว หรือ แม่ไม่ควรเป็นผู้นำคนเดียว เพราะหากครอบครัวต้องตกอยู่ในภาวะความตึงเครียด ผู้เป็นพ่อและแม่ต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และร่วมกันเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว

May 21st, 2015by admin

62745632d
ครอบครัว ประกอบด้วยบุคคลตั้แต่สองคนขึ้นไปมีความสัมพันธ์ทางเพศฉันท์สามีภรรยามีความผูกพันทางเศรษฐกิจและสังคมที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ลักษณะของครอบครัวไทยมี  2  ลักษณะคือ1ครอบครัวขยาย คือครอบครัวที่มีสมาชิกตั้แต่สามชั่วอายุคนขึ้นไป และครอบครัวเดี่ยวจะมีเพียงสองชั่วอายุคือสามี ภรรยา บุตร ครอบครัมมีน้าที่ในการหล่อหลอมและขัดเกลาความเป็นมนุษย์ ทั้งการอบรมเลี้ยงดู ให้ความรัก ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน รวมถึงปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และถ่ายทอดวัฒนธรรมทางสังคมให้แก่สมาชิก เพื่อให้บุคคลเป็นคนดี มีคุณภาพ และเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม การดูแลช่วยเหลือและให้บริการกับบุคคลในครอบครัว เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นระหว่างสมาชิกในครอบครัวได้ สมาชิกทุกคนต้องการปัจจัยสี่และต้องการมีสุขภาพจิตที่ดี มีความสุขและเป็นที่รักของทุกคน ดังนั้นเราควรช่วยกันดูแลบุคคลในครอบครัวเพื่อชีวิตที่เป็นสุข

ปัจจุบันสถาบันครอบครัวไทยค่อนข้างอ่อนแอ ความใกล้ชิดและความอบอุ่นในครอบครัวลดน้อยลง อันเนื่องมาจากวิถีการดำเนินชีวิตและการดำรงอยู่ของคนไทยที่เปลี่ยนแปลงไปตามภาวะเศรษฐกิจ ประกอบกับสังคมไทยในปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้นำไปสู่ความแตกแยกของครอบครัวในที่สุด และเมื่อสภาพครอบครัวไม่แข็งแรงจึงส่งผลให้เกิดปัญหาสังคมตามมา อาทิเรื่องยาเสพติด อันเป็นปัญหาสำคัญบ่อนทำลายทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ปัญหาอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนกับคนในสังคม และยังมีปัญหาสังคมอื่นๆที่จะตามมาอีกมากมาย ซึ่งจะนำพาความเสื่อมเสียมาให้กับประเทศชาติ ด้วยเจตนารมณ์ที่ปรารถนาดีต่อสังคมไทย ชีวิตครอบครัวมีประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป ประสบการณ์บางอย่างอาจทำให้สมาชิกครอบครัวมีความสุขและบางอย่างอาจน่ากระอักกระอ่วนใจ ถ้าสมาชิกครอบครัวไม่สามารถค้นพบต้นเหตุแห่งปัญหาเพื่อแก้ไขมันได้ ความรู้สึกเศร้าจะคงอยู่กับพวกเขาและอาจทำร้ายความเป็นครอบครัวได้ ปัญหาสำคัญคืออุปสรรคที่ขัดขวางคนในครอบครัวไม่ให้พูดคุยกันอย่างเปิดอก

การส่งเสริมสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว

· มีความรัก ความเข้าใจ และดูแลเอาใจใส่กัน
· เคารพนับถือ ให้เกียรติ จริงใจ และเห็นคุณค่ากันและกัน
· มีสิทธิ เสรีภาพ มีการปรึกษาหารือกัน
· รู้และปฏิบัติบทบาทหน้าที่ที่ควรมีต่อกัน
· มีเวลาให้กันอย่างมีคุณค่า
· มีความเสียสละ สามัคคี ให้อภัยกัน
· มีการสื่อสารทางบวก
· มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา
· ไม่มีปัญหาความขัดแย้งรุนแรง

ครอบครัวใหม่ที่ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นไม่ต่างจากครอบครัวขยายแบบในอดีตในยุคคอนเวอร์เจนจ์

March 30th, 2015by admin

26

ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปความห่างไกลรุ่นพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย การหาข้อมูลหรือตัวช่วยที่พึ่งที่ปรึกษาของคุณพ่อคุณแม่ก็ย่อมเปลี่ยนไป เกิดเป็นครอบครัวใหม่ที่ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นไม่ต่างจากครอบครัวขยายแบบในอดีตในยุคคอนเวอร์เจนจ์ ที่อะไร ๆ ก็เชื่อมต่อกันหมด การต่ออินเตอร์เน็ตในเวลาเพียงไม่กี่วินาที โลกไซเบอร์กลายเป็นแหล่งข้อมูลแหล่งใหญ่สำหรับคุณแม่ ในข้อสงสัยต่างๆ เรื่องลูก หรือเรื่องอื่นๆ การแลกเปลี่ยน เรียนรู้กันบนโลกออนไลน์ ซึ่งก็สามารถมองได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดี ด้วยได้รับรู้มุมมองใหม่ ๆ คำแนะนำที่เรานึกไม่ถึง หรืออาจเป็นกระจกสะท้อนตัวเองได้ แต่คุณแม่ก็ต้องรู้จักกลั่นกรองข้อมูลต่างๆ ด้วยว่าคำแนะนำนั้น ๆ ใช้กับเราได้ไหม เพราะไม่ได้หมายความว่าทุกคำแนะนำจะใช้ได้หมด

เมื่อครอบครัวเป็นครอบครัวขนาดเล็กลง ไม่มีปู่ย่าตายายอยู่ที่บ้านด้วยกัน แล้วในขณะที่พ่อแม่ทำงาน การดูแลลูกมันก็ต้องเปลี่ยนระบบ เพราะฉะนั้นก็เลยตามมาด้วยการเลี้ยงลูกหลายรูปแบบที่เราเห็น ส่วนหนึ่งก็เริ่มมีระบบครอบครัวที่ช่วยกันในเรื่องการดูแลลูก อย่างลูกบ้านข้างๆ ไปเรียนว่ายน้ำเหมือนกัน ก็ฝากลูกเราไปด้วย ผลัดกันรับส่งลูกๆ คุณแม่ก็มีเวลาว่างในการทำอย่างอื่นมากขึ้น หรือข้างบ้านก็อาจจะเอาลูกมาฝากเรา เมื่อมีธุระได้เช่นกัน ซึ่งเป็นระบบที่ต้องเอื้อเฟื้อกัน เข้าใจกันดูเหมือนว่าคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องทั้งทำงานด้วย เลี้ยงลูกด้วย ย่อมเรื่องที่เข้ามาให้ตัดสินใจมากมาย ซึ่งคุณหมอพรรณพิมล ฝากข้อคิดถึงให้ว่า “ตัวสำคัญในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ เป็นการเลือกตัดสินใจ ไม่มีอะไรถูกผิด แต่เป็นการเลือกตัดสินใจในสถานการณ์ใด สถานการณ์หนึ่ง แต่อยากให้คุณแม่ใช้เวลากับตัวเอง และไม่ใช้อารมณ์ในการเลือก และเมื่อตัดสินใจไปแล้ว ก็ให้ยอมรับว่ามันอาจไม่ได้ทุกอย่างอย่างที่วางแผนไว้ แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือมนุษย์เรียนรู้จะอยู่กับสิ่งที่เราเลือกและตัดสินใจอยู่แล้ว”

การวางแผนรายรับ-รายจ่ายของครอบครัวอย่างมั่นคง

February 26th, 2015by admin

ปัจจุบันนี้ร้อยละ 50 ของครอบครัวไทยทั้งหมดมีรายได้จากการทำงานทั้งจากสามีและภรรยา และในจำนวนนี้สัดส่วนของฝ่ายหญิงที่มีรายได้มากกว่าสามีกำลังจะเพิ่มขึ้นทุกๆปี ทั้งนี้เพราะมีเหตุผลมากมายที่ทำให้ความรักอย่างเดียวไม่สามารถนำมาใช้ในการบริหารสถาบันครอบครัวให้ประสบความสำเร็จได้ เมื่อที่มาของรายได้ของแต่ละครอบครัวนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไป ทุกคนในครอบครัวที่มีบทบาทดังกล่าวจึงต้องมานั่งขบคิดกันว่าทำอย่างไรถึงจะทำให้สถาบันครอบครัวนั้นสามารถดำรงอยู่ได้ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงในทุกๆด้านที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามไปด้วย เพราะเกือบทุกสังคมในโลกนี้ได้เห็นพ้องกันว่าอำนาจของเงินนั้นมีอิทธิพลต่อ หน้าตา ศักดิ์ศรี และมีความสำคัญต่อภาพลวงตาอีกหลายอย่าง

การวางแผนรายจ่ายของครอบครัวเอาไว้จะได้มีเงินเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉินบ้าง อย่าลืมว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ นอกจากนี้สามีคงอาจไม่พอใจนักหากเงินเดือนที่เขาหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวต้องหมดไปกับการช้อปปิ้งอย่างไร้ประโยชน์และฟุ่มเฟื่อยในระยะเวลาสั้นๆของภรรยา ดังนั้นจึงควรมีการวางแผนรายรับ รายจ่าย เพื่อให้มีเงินเก็บเหลือไว้ใช้ในยามจำเป็น เนื่องจากการใช้ชีวิตคู่ท่ามกลางหนี้สินมากมาย ย่อมทำให้เกิดความเครียดอย่างแน่นอน เพราะอาจนำมาสู่การฟ้องร้องและสูญเสียทรัพย์สินที่มีอยู่หรืออาจจะเป็นบุคคลล้มละลายได้ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงปัญหานี้เสียแต่แรก ด้วยการกำหนดวงเงินในการใช้บัตรเครดิตให้น้อยที่สุด และจำกัดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน รวมทั้งปรึกษากันให้ดีก่อนจะตัดสินใจในการกู้เงินหรือทำสัญญาต่างๆ

ปัจจุบันการวางแผนในเรื่องเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีชีวิตทางการเงินที่มั่นคงขึ้น ไม่ต้องกังวลใจกับสถานการณ์ในอนาคตให้มากนัก หรือสามารถทำความฝัน ความต้องการให้เป็นจริง เพราะการมีชีวิตที่สุขสบายและมีหลักประกันทางการเงินที่มั่นคงในอนาคต จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวางแผนการเงินที่ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความเปลี่ยนแปลงในสภาวะเศษฐกิจ การเงิน และสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นอยู่เสมอ ยิ่งทำให้การวางแผนการเงินเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้เรารับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ เป็นวิธีที่จะช่วยให้เราเริ่มวางแผนทางการเงินได้ตลอดทุกช่วงของชีวิต

ความปลอดภัยจะเกิดขึ้นของครอบครัวไม่ใช่เพราะไม่มีคนอื่นสิ่งอื่นทำร้ายเรา

January 29th, 2015by admin

8

การสร้างครอบครัว คือ การสร้างเพื่อน ถ้าพ่อแม่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์กันได้ ลูกจะมีใจที่มั่นคง เริ่มจากการที่สามีภรรยาต้องสร้างใจตัวเองให้มีตัวเองเป็นเพื่อนได้ เมตตาตัวเองเป็น เราก็จะเป็นเพื่อนกับคนข้างหน้าเราได้ด้วยความบริสุทธิ์ใจมากขึ้น การกระทบแล้วกระเทือนในครอบครัวก็จะลดลง เมตตาตัวเองเป็น หมายถึง เมื่อเราโกรธ เศร้า เบื่อ เครียด อารมณ์ลบเหล่านี้ทำร้ายตัวเองทั้งสิ้น พ่อแม่ที่มีมาตรฐานสูง นอกจากจะเอาผิดเอาถูกกับคนอื่นแล้ว ยังเอาผิดเอาถูกกับตัวเอง คาดหวังสูง เช่น อยากเป็นคนดี เวลาโกรธก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ดี พาลโกรธตัวเองที่โกรธ กลายเป็นโกรธซ้อนโกรธ

ถ้าพ่อแม่มีการสื่อสารที่ไม่ระวัง เพราะมัวเอาชนะ ประชดประชัน เหน็บแนม กระแทกกระทั้น ลูกจะมีแต่ความระแวงสงสัยในชีวิต ว่าโลกนี้น่าอยู่จริงหรือ อย่างนี้เรียกว่าเป็นการสื่อสารที่มีความมุ่งร้ายและเบียดเบียนกัน วัฒนธรรมที่ควรสร้างให้เกิดขึ้นในครอบครัว คือ การพูด คิด ทำอะไรโดยใช้ปัญญา เพื่อนำพาออกจากปัญหาอย่างไม่มีความมุ่งร้ายและเบียดเบียนกัน พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ในบ้านได้ ถ้าพ่อแม่สร้างกระแสอริยะให้เกิดได้จริงในบ้าน เพียงการถือศีล ๕ บริสุทธิ์ มีสมาธิและปัญญาพอประมาณ ราคะโทสะโมหะเบาบางลง ทำได้จริงในขณะที่ครองเรือน

ความปลอดภัยจะเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะไม่มีคนอื่นสิ่งอื่นทำร้ายเรา แต่เพราะเราไม่ทำร้ายตัวเองด้วยการจมอยู่ในอารมณ์ เราอยู่กับโลกอย่างที่โลกเป็นโดยไม่ต้องทุกข์ได้ และเมื่อเราไม่จมกับอารมณ์ เราจึงมีปัญญาที่จะจัดการกับเรื่องภายนอกที่คุกคามเรา ดังนั้นนอกจากสร้างครอบครัวที่บ้านของเราแล้ว เราต้องสร้างชุมชนที่เด็กอยู่ในกระแสของคนที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นชุมชนที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เช่นที่เสถียรธรรมสถาน เราจะไม่เลี้ยงลูกเราคนเดียว แต่เราจะสร้างสังคมที่ปลอดภัยเพื่อเด็กทุกคนที่เขาจะไม่ทำร้ายกัน เพราะลูกของเรามีจิตที่ไม่ขุ่นมัวเป็นอาวุธในการอยู่กับโลก เมื่อใจหนักแน่นและเข้าใจโลก ก็ไม่มีอะไรในโลกที่ทำร้ายเขาได้